วัดอีค่าง

ที่ตั้ง
ตั้งอยู่ห่างจากวัดปู่เปี้ยออกมาทางทิศตะวันออก ระยะห่างกันประมาณ ๒๕๐ เมตร สถานภาพเป็นวัดร้างในบัญชีของกรมการศาสนา แวดล้อมด้วยเขตที่ดินของเอกชน  บริเวณวัดก่อนเข้าดำเนินงานขุดแต่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๘ สภาพเป็นป่ารกชัฏมีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นเจริญเติบโตหนาแน่น หลังจากดำเนินการขุดแต่ง-บูรณะแล้วเสร็จ พบว่าสิ่งก่อสร้างมีสภาพโดยทั่วไปพังทลายเสียหาย พื้นที่โดยรอบเป็นเขตสวนลำไย และเขตที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน

ประวัติความสำคัญ
ไม่ปรากฏหลักฐานด้านเอกสารกล่าวถึงวัดนี้ แต่เข้าใจว่าต้องเป็นวัดสำคัญมากแห่งหนึ่งของเวียงกุมกาม เพราะว่าสิ่งก่อสร้างภายในบริเวณวัด ล้วนมีขนาดใหญ่ทั้งพระวิหารและเจดีย์ประธาน อีกทั้งการที่ที่ตั้งของวัดอยู่ในเขตกึ่งกลางเวียง จึงอาจเข้าลักษณะคติการสร้างวัดมหาธาตุประจำเมือง ที่เรียกชื่อวัดว่าวัดอีค่าง เนื่องมาจากแต่เดิมที่บริเวณวัดมีสภาพเป็นป่ารกร้างนั้น ได้มีฝูงค่างใช้ซากวัดร้างแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัย  ซึ่งค่างในภาษาท้องถิ่นเรียกว่า อี่ก้าง (นางค่าง) ชาวบ้านจึงเรียกวัดร้างแห่งนี้ว่าวัดอี่ก้างกันสืบต่อกันมา

ผังรูปแบบการก่อสร้าง และลักษณะทางศิลปะสถาปัตยกรรม
ผังบริเวณวัดประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆคือ เจดีย์ประธาน ที่ตั้งอยู่ด้านหลังวิหาร วัดสร้างหันหน้าไปทางทิศเหนือที่เดิมเป็นเส้นทางการไหลของแม่น้ำปิง  จากการขุดแต่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๘ พบหลักฐานของฐานอาคารฝังตัวอยู่ใต้ระดับดินเดียวกับวิหาร ทางด้านทิศตะวันออกใกล้กับวิหาร ปัจจุบันขุดแต่งแล้วบางส่วน เช่นเดียวกับกำแพงวัดที่ขุดตรวจพบใหม่ในปี พ.ศ.๒๕๔๖ และซากฐานเจดีย์รายก่ออิฐฐานทรง ๘ เหลี่ยม และอาคารฐานก่ออิฐ ในปี พ.ศ.๒๕๔๗ (ปัจจุบันยังไม่ได้ขุดแต่งอย่างครอบคลุมพื้นที่ของวัดเดิมทั้งหมด)

วิหาร ขนาดใหญ่ (ฐานเฉลี่ย ๑๓.๕๐ x ๒๐.๐๐ เมตร) สร้างก่ออิฐสอดินฉาบผิวด้วยปูนขาว คงเหลือหลักฐานเฉพาะส่วนฐานที่สร้างยกพื้นสูง บันไดทางขึ้นปรากฏทางด้านหน้า เดิมเป็นวิหารแบบโถง(ไม่มีผนัง)หลังคาทรงหน้าจั่ว โครงสร้างเสาประกอบด้วยเสากลมก่ออิฐทรงโค้งของคู่กลาง ที่ใช้รองรับเครื่องหลังคาในส่วนแนวใต้จั่ว และเสาคู่ริมที่รองรับเครื่องหลังคาในส่วนปีกนก ส่วนแท่นฐานชุกชีพระประธานลักษณะย่อเก็จออกมาทางด้านหน้า ตั้งอยู่ด้านหลังตอนบนทับซ้อนกับส่วนฐานลานปทักษิณของเจดีย์ประธาน มีบันไดทางขึ้น/ลงหลักทางด้านหน้าตอนกลางที่มีตัวบันได ๒ ข้างชำรุด และบันไดขึ้นทางด้านข้างในส่วนย่อเก็จตอนหน้า  พระเจดีย์ประธาน เป็นทรงระฆังกลมแบบมาตรฐานล้านนาแท้ ตั้งอยู่บนฐานลานปทักษิณสูง ที่มีบันไดทางขึ้น/ลงทางด้านหน้ามุมทิศตะวันออก-ตะวันตก(เฉียงเหนือ) ๒ แห่ง  และปรากฏร่องรอยแท่นฐานศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปตอนบน ๓ ด้าน ยกเว้นส่วนที่เป็นด้านหลังพระวิหาร องค์พระเจดีย์ในส่วนของฐานล่างเป็นแบบเขียงสี่เหลี่ยมซ้อนกัน ชั้นหน้ากระดาน ๘ เหลี่ยม รองรับส่วนฐานปัทม์ย่อเก็จ ๒ ตอน ที่ท้องไม้ประดับชั้นบัวคว่ำ(ตอนล่าง) และบัวหงาย(ตอนบน) ส่วนองค์ระฆังตั้งอยู่บนชั้นมาลัยเถากลม แบบชั้นฐานปัทม์ท้องไม้ลูกแก้วอกไก่คู่ บัลลังก์เป็นแบบแท่นฐานปัทม์สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ปัจจุบันส่วนของก้านฉัตร ปล้องไฉน และปลียอด พังทลายลงมาไม่เหลือหลักฐาน


ข้อมูลจากหนังสือ "นำชมโบราณสถาน เวียงกุมกาม: ราชธานีแรกเริ่มของล้านนา"
โดย นายไกรสิน อุ่นใจจินต์
นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ เชียงใหม่
กรมศิลปากร

Facebook Twitter Google Email

SOCIAL SHARE!